โปรโมชั่นและส่วนลดร้านกาแฟในกรุงเทพ,ร้านอาหารในกรุงเทพ,ร้านเบเกอรี่ในกรุงเทพ,ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์,สูตรขนม,สูตรอาหาร,coffee and bakery shop,thai restaurant,bloggang
ผลการค้นหาจะปรากฎในหน้านี้เลย
Loading
Home » Uncategorized

Romance of three kingdoms-6 (...149 views)

Tags: , ,

Ads by gorkorcor

สามก๊กฉบับคนขายชาติ: เรืองวิทยาคม

สงครามโจรโพกผ้าเหลืองครั้งที่ 1

ฝ่ายเตียวก๊กเมื่อจัดกองทัพห้าสิบหมื่นพร้อมแล้วก็ประกาศ สงครามกู้ชาติ เพื่อปลดปล่อยประชาชนให้หลุดพ้นจากการกดขี่ข่มเหงรังแก และปล้นชิงวิ่งราวของขุนนางและข้าราชการ ให้เคลื่อนทัพเข้าโจมตีและยึดหัวเมืองทั้งแปด ซึ่งราษฎรนับถืออยู่แต่ก่อนแล้ว จากนั้นจึงเคลื่อนพลเข้าโจมตีหัวเมืองอื่นๆ อีกหลายหัวเมือง ตัวเตียวก๊กเองนั้นคุมพลสิบห้าหมื่นเข้าโจมตีแล้วยึดเมืองจงก๋ง ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญในการบุกเข้ายึดเมืองหลวงต่อไป

ส่วนเตียวโป๊และเตียวเหลียงยกไปตีเมืองเองฉวน ภายในเมืองได้ตั้งรับอย่างแข็งขัน เตียวโป้และเตียวเหลียงยึดเมืองไม่ได้ก็ตั้งค่ายรายล้อมเมืองไว้ การเคลื่อนทัพเข้าตีและยึดเมืองต่างๆ ของขบวนการกู้ชาติที่บัญชาการโดยเตียวก๊กครั้งนี้ เป็นไปโดยรวดเร็ว เนื่องจากหัวเมือง ทั้งแปดมีราษฎรนิยมนับถือเตียวก๊กอยู่ก่อนแล้วถึงขนาดเขียนชื่อเตียวก๊ก บูชาทุกบ้านเรือน ทั้งมีความเคียดแค้นชิงชังข้าราชการและขุนนาง ที่เอาแต่กดขี่ข่มเหงรังแกรีดนาทาเร้นราษฎร ดังนั้นชาวเมืองจึงพากันเข้าร่วมกับฝ่ายกู้ชาติ ซึ่งสามก๊กทุกฉบับระบุความ ตรงกันว่า ไม่มีราษฎรหลบหนีออกจากเมืองหรือก่อความวุ่นวายขึ้นแต่ประการใด

ฝ่ายกองทัพจากเมืองหลวงที่บัญชาการโดยแม่ทัพโลติดมี ฮองฮูสงและจูฮีเป็นแม่ทัพรองและแม่ทัพหนุนได้เคลื่อนทัพมาเป็นสามด้าน มุ่งเข้าตีจุดยุทธศาสตร์คือเมืองจงก๋งและเมืองเองฉวน เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบให้ได้เสียก่อน ตัวโลติดคุมพลห้าหมื่นยกไปล้อมเมืองจงก๋งซึ่งเตียวก๊กได้ยึดไว้

ส่วนฮองฮูสงและจูฮีให้ยกไปเมืองเองฉวน ตั้งค่ายไว้นอกเมืองยันทัพเตียวโป้และเตียวเหลียงไว้ฝ่ายเทียอ้วนจี้ทหารเอกของฝ่ายกู้ชาติอีกคนหนึ่ง นำทัพห้าหมื่นคนยกเข้าตีเมืองตุ้นก้วน เมื่อทัพเทียอ้วนจี้ เคลื่อนไปถึงชายแดนเมืองตุ้นก้วน ความศึกทราบถึงเล่าเอี๋ยนเจ้าเมืองอิวจิ๋ว จึงสั่งให้เจาเจ้งนำกำลังพลห้าร้อยนายพร้อมเล่าปี่, กวนอู, เตียวหุยไปปราบโจร

กองทหารของเจาเจ้ง, เล่าปี่, กวนอู, เตียวหุย แม้มีกำลังพลน้อยกว่าทัพของเทียอ้วนจี้หลายเท่านัก แต่ด้วยฝีมือการรบของกวนอู, เตียวหุยเหนือชั้นกว่ามาก ดังนั้นเมื่อเกิดปะทะกันขึ้นเทียอ้วนจี้ จึงถูกกวนอูใช้ง้าวฟันขาดเป็นสองท่อน ส่วนทหารเอกของเทียอ้วนจี้ ชื่อเตง เมา ก็ถูกเตียวหุยใช้ทวนแทงถูกอกตกม้าตาย

กองทัพฝ่ายกู้ชาติของเทียอ้วนจี้จึงแตกกระจายไปสิ้น เล่าปี่จึงขับทหารไล่จับพวกโจรและได้อาวุธได้เป็นจำนวนมากแล้วยกทหารกลับเมืองตุ้นก้วนชัยชนะของเล่าปี่ครั้งนี้ เป็นชัยชนะครั้งแรกของกองทัพฝ่ายเมืองหลวง เล่าเอี๋ยนเจ้าเมืองรู้ข่าวก็มีความยินดีออกไปรับเล่าปี่ถึงประตูเมือง กลับเข้าเมืองแล้วก็ปูนบำเหน็จทหารตามสมควร

เล่าปี่และทหารได้พักเพียงชั่วคืนเดียว รุ่งขึ้นเจ้าเมืองเฉงจิ๋วส่งม้าใช้ถือหนังสือมาถึงเจ้าเมืองตุ้นก้วนว่า โจรโพกผ้าเหลืองยกมาล้อมเมืองจึงขอทหารไปช่วย เล่าเอี๋ยนจึงส่งเจาเจ้งให้คุมทหารห้าพันยกไปเมืองเฉงจิ๋ว พร้อมกับเล่าปี่, กวนอู, เตียวหุย นับเป็นการออกรบครั้งที่สองของเล่าปี่ในศึกโจรโพกผ้าเหลือง ความจริงเจาเจ้งนั้นไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการศึก แต่เล่าเอี๋ยนกลับมอบหมายให้คุมทหารไปออกศึกถึงสองครั้งแทนที่จะมอบหมายให้เล่าปี่คุมทหารไปเอง ก็เพราะว่า ขณะนั้นเล่าปี่ยังไม่ได้เป็นข้าราชการของทางการ เป็นแต่ไปเข้ากับเล่าเอี๋ยนและเล่าเอี๋ยนรับไว้โดยส่วนตัวเท่านั้น ดังนั้น ในราชการสงครามจึงต้องให้เจาเจ้งเป็นผู้คุมทหารโดยตำแหน่งหน้าที่ศึกครั้งนี้ กำลังพลที่เดินทัพไปกับเล่าปี่มีมากกว่าศึกครั้งก่อนถึงสิบเท่าคือ มีจำนวนถึงห้าพันนับเป็นการบัญชาการทหารครั้งแรกของเล่าปี่ที่มีกำลังพลมากขนาดนี้

เมื่อทัพของเล่าปี่เคลื่อนไปใกล้เมืองเฉงจิ๋ว ก็ถูกกองทัพของฝ่ายกู้ชาติเข้าโจมตี เล่าปี่กำลังน้อยกว่าก็ถอยมาตั้งหลักเล่าปี่เห็นว่ากำลังรบน้อยกว่ากันมาก จึงกำหนดกลศึกเพื่อเอาชนะ โดยให้กวนอูคุมทหารพันหนึ่งไปซุ่มอยู่ในเหลื่อมเขาทางซ้าย ให้เตียวหุยคุมทหารพันหนึ่งไปซุ่มอยู่ในดงไม้ทางข้างขวา กำหนดว่าถ้าได้ยินเสียงม้าล่อเมื่อใดให้กวนอู เตียวหุยยกทหารตีกระหนาบเข้ามา กวนอู เตียวหุยก็ยกทหารไปซุ่มอยู่ตามคำสั่งรุ่งขึ้นเล่าปี่กับเจาเจ้งก็ยกทหารผ่านไปทางที่กวนอู เตียวหุยซุ่มอยู่นั้น รุดหน้าไปรบกับโจรโพกผ้าเหลือง เมื่อปะทะกันแล้วเล่าปี่ เจาเจ้งก็แกล้งถอยมาทางที่กวนอู เตียวหุยซุ่มอยู่นั้น

ฝ่ายโจรโพกผ้าเหลืองได้ทีก็ไล่ตามตี มาถึงจุดซุ่มเล่าปี่ก็ให้ทหารตีม้าล่อขึ้นแล้วแปรขบวนทหารจากถอยเป็นหันกลับเข้าตี ใน ขณะที่กวนอู เตียวหุย ได้ยินสัญญาณแล้วก็ยกทหารตีขนาบเข้ามาโจรโพกผ้าเหลืองถูกตีขนาบเข้ามาทั้งสามด้านก็ตกใจแตกตื่นเสียทีเพราะไม่รู้กำลังศึก ทัพโจรโพกผ้าเหลืองจึงแตกพ่ายหนีเข้าไปใกล้กำแพงเมืองเฉงจิ๋ว เจ้าเมืองเฉงจิ๋วเห็นเป็นที่ก็ยกทหารเข้าตีมาเป็นสี่ด้าน ฝ่ายหนีระส่ำระสายล้มตายลงเป็นอันมาก จึงแตกหนีไปสิ้นเจ้าเมืองเฉงจิ๋วจึงปูนบำเหน็จทหารเล่าปี่ตามสมควร แต่หาได้ชักชวนให้เล่าปี่รับราชการหรืออยู่ช่วยเหลือต่อไป ดูไปแล้วเล่าปี่ช่างอาภัพนัก เพราะแม้จะมีฝีมือและผลงานปรากฏแต่กลับไม่มีใครเห็นคุณค่า

เสร็จศึกแล้วเจาเจ้งจึงแจ้งแก่เล่าปี่ว่าจะยกทหารกลับเมืองตุ้นก้วน เล่าปี่ก็เคว้งเพราะจะกลายเป็นคนตกงานอีกครั้งหนึ่ง แต่โชคยังดีที่เล่าปี่ได้ข่าวว่าแม่ทัพโลติดเพื่อนร่วมสำนักได้เป็นใหญ่ครองตำแหน่ง แม่ทัพปราบขบวนการกู้ชาติและล้อมข้าศึกไว้ที่เมืองจงก๋ง จึงขอทหารเจาเจ้งเพื่อไปช่วยแม่ทัพโลติด เจาเจ้งตัดใจให้ทหารเล่าปี่ไปห้าร้อยคนแล้วยกกำลังที่เหลือกลับเมืองตุ้นก้วนเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยคุมทหารห้าร้อยนายตรงไปเมืองจงก๋ง แล้วชวนกันเข้าพบแม่ทัพโลติดซึ่งเป็นแม่ทัพฝ่ายเมืองหลวง รายงานการศึกที่ผ่านมาให้แม่ทัพโลติดรับทราบ แม่ทัพโลติดได้พบหน้าเล่าปี่เพื่อนร่วมสำนัก และรับทราบความศึกแล้วมีความยินดีเป็นอันมาก จึงชวนให้เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย อยู่ทำราชการด้วยเราเถิด

เล่าปี่ กวนอู เตียวหุยรับคำเชิญของแม่ทัพโลติดเริ่มชีวิตข้าราชการทหารตั้งแต่บัดนั้น แต่ทั้งนี้ความเป็นข้าราชการดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่า เป็นทหารหลวงเพราะฮ่องเต้ไม่ได้รับรู้ด้วย ดังนั้นจึงมีฐานะเป็นเพียงทหารในสังกัดของแม่ทัพโลติดเท่านั้น แม่ทัพโลติดเห็นว่ากำลังพลที่มีอยู่สามารถยันทัพของเตียวก๊ก ได้แต่ให้รู้สึกห่วงใยกองทัพของฮองฮูสงและจูฮี ซึ่งเป็นน้ำใจที่ดีงามของคนระดับแม่ทัพผู้นี้ที่ไม่คิดแต่จะเอาตัวรอด หรือคิดสร้างผลงานเฉพาะตน แม้หน้าศึกที่เผชิญอยู่กับความเป็นตายยังสู้มีใจห่วงหาอาทรผู้ใต้บังคับบัญชาและการใหญ่ของบ้านเมือง จึงจัดทหารพันหนึ่งให้เล่าปี่รีบยกไป ช่วยฮองฮูสงและจูฮีที่ยันทัพเตียวโป้ และเตียวเหลียงอยู่ที่เมืองเองฉวน โดยให้เดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน

ฝ่ายทัพเตียวโป้และเตียวเหลียงซึ่งตั้งยันอยู่กับทัพของฮองฮูสงและจูฮีนั้น ปะทะกันหลายครั้งยังไม่แพ้ชนะกัน ดังนั้นเตียวโป้และเตียวเหลียงจึงวางแผนเผด็จศึก ด้วยวิธีการผูกพยนต์ ใช้วิทยาคมที่เตียวก๊กได้ร่ำเรียนมาจากตำราของเทพยดา เตรียมปลุกเสกหุ่นฟางให้เป็นทหารเพื่อรบกับฮองฮูสง และจูฮี

แต่ในขณะที่เตียวโป้ เตียวเหลียงเตรียมฟางไว้เป็นจำนวนมากเพื่อผูกเป็นหุ้นนั้น ข่าวทราบถึงฮองฮูสงและจูฮี ที่ถึงแม้จะไม่รู้ความนัยว่ากองทัพโจรโพกผ้าเหลืองเตรียมฟางไว้จำนวนมากเพื่อการใด แต่เห็นช่องทางที่จะทำลายกองทัพโจรเสียด้วยเพลิง

ในคืนนั้นเพลาสองยามเกิดลมพายุใหญ่พัดหนัก ฮองฮูสงและจูฮีจึงให้ทหารเข้าปล้นค่ายเตียวโป้ เตียวเหลียงพร้อมกัน ใช้เพลิงเผาค่ายโจรโพกผ้าเหลืองจนแสงเพลิงโชติช่วงสว่างดุจกลางวัน ทหารเตียวโป้ เตียวเหลียงไม่ทันรู้ตัวว่าถูกโจมตีก็ตกใจไม่ทันใส่เกราะผูกอานม้าก็แตกกระจายหนีเพลิงกันวุ่นวาย ทหารของฮองฮูสง และจูฮีจึงได้ไล่ฟันแทงพวกโจรล้มตายเป็นอันมาก เตียวโป้ เตียวเหลียงนำทหารที่แตกทัพรุดหนีไปทั้งคืน จน รุ่งเช้าก็ปะทะเข้ากับกองทหารซึ่งใช้ธงแดงเป็นสัญลักษณ์ทั้งกองทัพ นั่นคือกองทัพของโจโฉซึ่งเป็นกองทัพเสริมมาจากเมืองหลวง และเคลื่อนมาทางเมืองเองฉวนเพื่อสมทบกับทัพของฮองฮูสง และจูฮี

โจโฉเห็นโจรโพกผ้าเหลืองแตกทัพมาก็สั่งทหารให้เข้าตีสกัดไว้ สังหารทหารเตียวโป้ เตียวเหลียงเสียหมื่นเศษได้ม้าและศาตราวุธเป็นจำนวนมาก แต่เตียวโป้ เตียวเหลียงนั้นนำทหารที่เหลือหนีไปได้ โจโฉนำชัยชนะจากการตีทัพเตียวโป้ เตียวเหลียงซึ่งแตกทัพ ไปจากเมืองเองฉวนเข้ารายงานให้ฮองฮูสงและจูฮีทราบ แล้วขอนำทหารยกตามไปตีเตียวโป้ เตียวเหลียงต่อไป

ฝ่ายเล่าปี่ซึ่งรับคำสั่งแม่ทัพโลติดให้ยกทหารมาเมืองเองฉวน ช่วยฮองฮูสงและจูฮีนั้น เมื่อเคลื่อนทัพมาใกล้ถึงเมืองเองฉวนเห็นแสงเพลิงที่ ฮองฮูสงและจูฮีเผาค่ายของเตียวโป้ เตียวเหลียงจึงเร่งทหารรีบไปช่วย พอดีทัพเตียวโป้ เตียวเหลียงแตกพ่ายไป จึงเข้าไปรายงานต่อฮองฮูสง และจูฮีว่าแม่ทัพโลติดให้ยกทหารมาช่วย ฮองฮูสงและจูฮีขอบใจนัก แล้วว่ากับเล่าปี่ว่าเตียวโป้ เตียวเหลียงแตกไปครั้งนี้การศึกก็จะเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว คาดหมายว่าเตียวโป้ เตียวเหลียงจะยกทหารไปสมทบกับเตียวก๊กที่เมืองจงก๋ง ให้เล่าปี่ยกทหารรีบตามไปสกัดไม่ให้เตียวโป้เตียวเหลียงไปบรรจบ ทัพกับเตียวก๊กได้

ฝ่ายเมืองหลวงก็จะได้ชัยชนะโดยเด็ดขาด การใช้ให้เล่าปี่ไปสกัดเตียวโป้ เตียวเหลียงในครั้งนี้ด้านหนึ่งเห็นได้

ชัดว่าเป็นยุทธวิธีที่สำคัญไม่ให้ฝ่ายกู้ชาติบรรจบทัพกันได้ ให้คงสภาพเป็นสองส่วนแล้วค่อยตีให้แตกทีละส่วนตามหลักยุทธวิธี กินข้าวทีละคำ ตีให้แตกทีละส่วนเพื่อหวังผลเผด็จศึกก็จริงอยู่ แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้นก็มองเห็นได้ถึงความอาภัพวาสนาของเล่าปี่ เพราะพึ่งเดินทัพมาจากเมืองจงก๋งอยู่หยกๆ ก็ต้องรับคำสั่งให้เดินทัพกลับในทิศทางเดิมเพื่อสกัดเตียวโป้ เตียวเหลียง การที่เจ้าเมืองและแม่ทัพต่างๆ ใช้ให้เล่าปี่ไปรบศึกไม่หยุดหย่อน ให้ไปช่วยคนโน้นให้ไปช่วยคนนี้ดูไปแล้วคล้ายๆ จะเป็นการผลักไสอยู่ในที

เหตุทั้งนี้ย่อมมีประวัติศาสตร์ของมันอยู่ เพราะเล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์ของพระเจ้าฮั่นโกโจในสายของพระเจ้าฮั่นเกงเต้ หลานของพระเจ้าฮั่นเกงเต้ผู้หนึ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น อ๋องเทียบชั้นเจ้าพระยาครองเมืองต๊กกุ๋น แต่ขาดส่งส่วยประจำปีให้แก่ราชสำนัก จึงถูกถอดออกจากบรรดาศักดิ์และตำแหน่งลงเป็นคนสามัญ ตราบาปนี้จึงตกทอดมาถึงปู่ พ่อและถึงตัวเล่าปี่ด้วย ทำให้ขุนนางและข้าราชการไม่กล้าข้องแวะ คบหาสมาคมเพราะกลัวว่า จะเป็นที่หวาดระแวงของราชสำนัก

Share